การประมูลโครงการน้ำ ตอนที่ 1

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

สำหรับบทความครั้งนี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งกำลังเป็นที่โด่งดังและจับตามองของนักลงทุนทั้งหลาย รวมถึงนักวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายด้วย นั่นก็คือ “ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ” แต่สำหรับบทความชิ้นนี้กระผมจะนำผู้อ่านทุกคนสู่การวิเคราะห์โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ น้ำ ” นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อมีการประมูลเกิดขึ้นและมีการเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่ชนะการประมูล จึงมีผลต่อราคาหุ้นของบริษัทเหล่านั้นและในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้มีผลต่อราคาหุ้นและมีการเคลื่อนไหวและจังหวะที่น่าสนใจอย่างไร

การประมูลโครงการน้ำ

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เมื่อรัฐบาลมีนโยบายจะกู้เงินเพื่อนำมาพัฒนาประเทศโดยจะนำเงินมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจการค้าอาเซียน อันได้แก่ การคมนาคมและขนส่ง , การบริหารจัดการน้ำ , การสื่อสาร เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและเป็นการดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น แต่สำหรับบทความครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของโครงการ “ บริหารจัดการน้ำ ” ซึ่งโครงการนี้มีจำนวนทั้งหมด 9 โมดูลด้วยกันและมีมูลค่างานรวมทั้งสิ้น 2.9 แสนล้านบาท ได้แก่

  1.    อ่างเก็บน้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำปิง , ยม , น่าน , สะแกกรัง , และป่าสัก มูลค่างานประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV
  2.    พื้นที่ปิดล้อมบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน มูลค่างานประมาณ 2.6 หมื่นล้าน โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV
  3.    โครงการแก้มลิง มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท K Water ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเกาหลี
  4.    โครงการปรับปรุงลำน้ำสายหลัก เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งในพื้นที่แม่น้ำยม , น่าน , และเจ้าพระยา มูลค่างานประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV
  5.    โครงการก่อสร้าง Flood Way มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท K Water ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเกาหลี
  6.    การจัดทำคลังข้อมูลเพื่อพยากรณ์และเตือนภัย มูลค่างานประมาณ 3.9 พันล้านบาท ผู้ที่ได้งานไปครองคือ บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด มหาชน ( Loxley ) และ AGT
  7.    อ่างเก็บน้ำในบริเวณ 17 ลุ่มน้ำ มูลค่างานประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV
  8.    พื้นที่ปิดล้อมบริเวณเศรษฐกิจหลักและชุมชนบริเวณ 17 ลุ่มแม้น้ำ มูลค่างานประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท Summit SUT
  9.    โครงการปรับปรุงลำน้ำ มูลค่างานประมาณ 5 พันล้านบาท โดยผู้ที่ได้งานนี้ไปครองคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV

สรุป ผลการประมูลน้ำทั้ง 9 โมดูล มีบริษัทที่ชนะการประมูลและได้งานมาครองดังนี้

  • บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV ได้ไป 5 โมดูลเยอะที่สุด
  • บริษัท K Water ได้ไป 2 โมดูล
  • บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด มหาชน ( Loxley ) และ AGT ได้ไป 1 โมดูล
  •  บริษัท Summit SUT ได้ไป 1 โมดูล

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดดูเป็นข่าวดีและน่าสดใสยิ่งนักราคาหุ้นของ 2 บริษัทที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ไทย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามข่าวดีนี้ และมีนักวิพากษ์วิจารณ์มากมายแนะนำให้ซื้อ และมีอีกหลายสถาบันการเงินแนะนำให้ระวังเป็นการขึ้นตามข่าวดีและจะอยู่ได้ไม่นาน แต่หลังจากมีข่าวดีก็มีข่าวร้ายเกิดขึ้น นั่นคือ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2556 สมาคมต่อต้านโลกร้อน ได้ยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลเพิกถอนแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยให้เหตุผลว่า ควรจะทำประชามติรับฟังเสียงของประชาชนบริเวณนั้นๆก่อน ซึ่งก็มีการตัดสินให้เป็นไปตามนั้น และนี่จึงเป็นเหตุแห่งข่าวร้าย ราคาหุ้นตกลงมาเนื่องจากนักลงทุนเกิดความแตกตื่นขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลารับฟังความเห็นเป็นเวลากว่า 2 ปี จึงทำให้แผนที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลา 5 ปีนั้นต้องล่าช้าไป

แต่ในข่าวร้ายนี้ก็ยังมีข่าวดีอยู่นั้นก็คือ ตามกฎหมายแล้วถ้าจะมีการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณใกล้เคียงจะต้องมีการรับฟังความเห็นก่อน แต่สำหรับบางโครงการไม่จำเป็นจะต้องทำและสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งได้แก่ โครงการจัดทำระบบคลังข้อมูลเพื่อพยากรณ์และเตือนภัย ที่บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำหัด มหาชน
( Loxley ) และ AGT ได้ไปครอง นี่จึงอาจจะเป็นข่าวดีของบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ นั่นเอง

และสุดท้ายงานที่หินและยากที่สุดแต่มีมูลค่างานเยอะที่สุดนั่นคือ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในบริเวณ 17 ลุ่มน้ำ และ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำปิง , ยม , น่าน , สะแกกรัง , และป่าสัก ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้เป็นของบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท Power China JV โดยมีมูลค่างานรวมทั้งสิ้นกว่า 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นนักวิพากษ์วิจารณ์หลายฝ่ายค่อนข้างแน่ใจว่าโครงการเหล่านี้จะล่าช้าเกินเป้าหมายที่ 5 ปี แต่สุดท้ายบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) ออกมาบอกว่า “ ไม่น่าห่วงในเรื่องของผลกำไรของบริษัท เพราะยังมีงานอยู่ในมือ Backlog กว่า 2 หมื่นล้านบาท ”

ทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลและความเป็นมาของโครงการบิหารจัดการน้ำ ที่กระผมคิดว่าน่าจะเป็นความรู้ที่ดีต่อผู้อ่านเพราะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นและลดลงของราคาหุ้น อันเกิดจากปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านหลายๆคนจะได้ประโยชน์และความเข้าเกี่ยวกับโครงการนี้ แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะยังมีบทความต่อในตอนหน้า ซึ่งกระผมจะนำทุกคนไปวิเคราะห์ดูว่ามี “ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ” ในบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ซึ่งมีด้วยกัน 2 บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย นั่นคือ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด มหาชน ( ITD ) และ บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด มหาชน ( Loxley ) โปรดติดตามต่อในตอนหน้านะครับ ^ ^

ที่มาของข้อมูล หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ , โพสท์ทูเดย์ และเว็บไซด์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s