การอ่านงบการเงิน ตอนที่ 4

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน ต้องขออภัยด้วยที่กระผมหายหน้าหายตาไปนาน เนื่องจากต้องสะสางปัญหาต่างๆและประกอบกับได้นำตัวเองไปทดลองวิธีการลงทุนในหุ้นใหม่ๆ ก็ทำให้ผมได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆมาเยอะแยะมากมาย มีทั้งเจ็บทั้งสะบักสะบอม มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ซึ่งกระผมก็จะเขียนเป็นบทความเพื่อเตือนใจมือใหม่หัดเล่นหุ้นทั้งหลายให้ระวังเอาไว้ เพื่อเป็นทั้งประสบการณ์และข้อคิด แก่อนจะนอกเรื่องไปไกล สำหรับบทความนี้เรามาว่ากันต่อในส่วนของ ” งบกระแสเงินสด ” ซึ่งต่อจากตอนที่แล้วที่พูดกันถึงเรื่องของ ” กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงาน ” เราก็มาดูกันต่อเลยดีกว่าว่ามีจุดไหนน่าใส่ใจเพิ่มเติมต่อบ้าง

สำหรับตอนนี้กระผมก็จะมาอธิบายต่อในส่วนที่เหลือของ ” งบกระแสเงินสด ” นั่นก็คือ ” กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน ” และ ” กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน ”

  1.    กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน ในส่วนนี้ตามชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้หรือใช้ไปในการลงทุน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัทนำเงินไปลงทุนในการซื้อเครื่องจักรเพิ่มหรือนำเงินไปลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มก็จะถูกบันทึกไว้ในช่องนี้ ซึ่งเราสามารถดูได้ว่าบริษัทนั้นๆมีการนำเงินไปลงทุนทำอะไรบ้างแล้วมีแนวโน้มที่จะเกิดผลดีต่อนาคตกำไรของบริษัทหรือไม่ ซึ่งในช่องนี้ไม่สำคัญว่า ” เงินสดสุทธิ ” จะมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่สำคัญที่นำไปใช้อย่างสมเหตุสมผลหรือเปล่านั่นเอง
  2.    กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน ในส่วนนี้ก็จะบอกเราว่าบริษัทมีการกู้หนี้ยืมสินมาเป็นจำนวนเงินเท่าใดบ้างและมีการชำระคืนหนี้สินเป็นจำนวนเงินเท่าใดบ้าง รวมถึงจำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยออกมาด้วย ซึ่งในส่วนนี้อยากจะให้ผู้อ่านทุกคนสังเกตุกันซักนิด ว่าบริษัทที่แต่ละคนวิเคราะห์อยู่นั้นมีการกู้หนี้มาเพิ่มหรือไม่ แล้วกู้มาเพื่อทำอะไร เกิดประโยชน์หรือไม่ ( ซึ่งหนี้สินที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้บริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วยซึ่งจะส่งผลต่อกำไรในอนาคตของบริษัทนั่นเอง ) ในกรณีเดียวกันถ้าบริษัทสามารถชำระหนี้สินของตัวเองได้ก็จะมีผลต่อกำไรในอนาคตของบริษัทด้วย ซึ่งตรงนี้เองที่ผู้อ่านควรจะให้ความสนใจกันซักนิด เพราะบริษัทไหนมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นย่อมไม่เป็นผลดีแน่ๆ แถมถ้าภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเป็นการนำเงินไปลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์ด้วยแล้ว ยิ่งไม่เป็นผลดีเข้าไปใหญ่

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะถูกคิดรวมออกมาเป็นเงินสดสุทธิที่บริษัทถืออยู่ในมือ ( เงินสดที่ระบุในช่องสินทรัพย์ของงบการเงิน ) ซึ่งมีสภาพคล่องสูงสามารถนำไปใช้จ่ายหรือลงทุนได้ทันทีที่ต้องการ ซึ่งกระผมค่อนข้างให้ความสำคัญอยู่บ้างกับตัวเลขของเงินสดกับหนี้สินระยะยาว ซึ่งหนี้สินระยะยาวไม่ควรสูงมากเกินเงินสดที่บริษัทนั้นมีอยู่ เพราะถ้าหากเกิดเหตุการคับขันเกิดขึ้น บริษัทก็ยังมีเงินสดในมือมากพอที่จะชำระหนี้สินและดำเนินธุรกิจให้ผ่านช่วงที่เลวร้ายไปได้นั่นเอง

สำหรับบทความ ” การอ่านงบการเงิน ตอนที่ 4 ” กระผมก็ต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ เอาไว้ในตอนหน้าจะเริ่มลงลึกกันมากขึ้นถึงการวิเคราะห์ว่าบริษัทไหนหน้าสนใจและเป็นบริษัทที่ดีเยี่ยมมีผลการดำเนินงานเตะตาและเข้าตากรรมการ ยังไงก็ขอรบกวนผู้อ่านโปรดติดตามตอนต่อไป รวมทั้งสามารถติดตามหรือติชมกันได้ตามความเห็นของทุกๆคนเลยนะครับ เพราะกระผมจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขตัวเองได้ด้วย ขอบคุณครับ!!!

การอ่านงบการเงินตอนที่ 3

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s