กลยุทธ์การตลาดสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

หากจะพูดถึงเรื่องของอาชีพที่สามารถทำเงินได้แล้ว คงจะอธิบายกันเป็นวันๆก็ยังไม่หมด เพราะอาชีพบนโลกใบนี้นั้นมีมากมายจริงๆ แต่จะให้บอกว่าถ้าอยากได้เงินเยอะและได้เป็นเจ้านายตัวเองก็คงหนีไม่พ้น ” การทำธุรกิจส่วนตัว ” เพราะเป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่จำกัด เราสามารถบริหารเองได้และอยากทำอะไรก็ทำได้และอีกอย่างที่หลายๆคนน่าจะอยากทำหลังจากที่เคยเป็นลูกจ้างกันมา นั่นก็คือสามารถชี้นิ้วสั่งและก็ด่าลูกน้องได้ ^ ^

ทั้งหมดที่อธิบายมาข้างต้นก็คงสามารถจะบอกอะไรๆเราได้มากมายแล้วสำหรับข้อดีของ ” การทำธุรกิจส่วนตัว ” แล้ว…ถ้าหากคุณอยากจะทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้ว่าควรจะทำและควรจะเริ่มอย่างไรหร่ะ ดังนั้นบทความนี้ผมก็จะมาอธิบายให้คุณผู้อ่านได้รู้กันว่าควรจะมีการวางแผนธุรกิจอย่างไร

เริ่มแรกสำหรับผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองคงจะเกิดความสับสนปะปนกับแนวคิดและไอเดียในธุรกิจของตัวเองเกิดขึ้นมากมาย แต่สำหรับบทความนี้ผมจะมาอธิบายในเรื่องของการวางแผนธุรกิจเบื้องต้นที่เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและสามารถใช้อธบายกลยุทธ์โดยรวมของเราได้อย่างครอบคลุม ที่ภาษาการตลาดเรียกว่า การทำ ” SWOT ” หรือ SWOT Analysis นั่นเอง ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆที่จะกำหนดกลยุทธ์การตลาดของคุณว่าคุณมีอะไรที่วิเศษและโดดเด่นอันจะเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จบ้างแล้วอะไรบ้างที่ยังเป็นจุดอ่อนของคุณที่จะต้องแก้ไขบ้าง

จะสื่อสารอย่างไรให้มีลูกค้า

วิธีการทำ SWOT ก็ง่ายๆโดยเราจะแบ่งตัวอักษรออกเป็น 4 ตัวด้วยกันคือ S=Strength , W=Weakness , O=Opportunities , T=Threat นั่นเอง

  1.    Strength คือ จุดแข็งของธุรกิจ โดยคุณจะต้องบอกให้ได้ว่าอะไรคือจุดแข่งที่คุณมีเหนือกว่าคู่แข่งของคุณ เช่น สมมติว่าคุณจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มชูกำลังและคุณรู่ว่าสูตรที่คุณทำนั้นเมื่อมีคนดื่มไปแล้วจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบคุณได้ เป็นต้น
  2.    Weakness คือ จุดอ่อนของธุรกิจ คุณจะต้องบอกให้ได้ว่าอะไรคือจุดอ่อนของธุรกิจ แต่ที่ทำอย่างนี้ไม่ได้ให้คุณทำแล้วเกิดความกลุ้มใจนะครับ แต่การทำแบบนี้จะทำให้เราสามารถรับรู้และสามารถเข้าไปแก้ไขได้เพื่อพัฒนาจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็งนั่นเอง เช่น เครื่องดื่มชูกำลังของคุณ เมื่อลูกค้าดื่มเข้าไปแล้วสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้นั้น คุณค้นพบว่าวัตถุดิบของมันนั่นแพงมากและต้องนำเข้าจากนอกโลก มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะผลิตในปริมาณมากๆและขายในราคาถูกๆได้ เป็นต้น
  3.    Opportunities คือ โอกาส คุณต้องรู้ว่าอะไรคือโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมียอดขายที่เพิ่มขึ้นและเจริญเติบโตมากขึ้นได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มักจะเกิดจากเหตุการณ์ภายนอก เช่น คุณคิดว่าเครื่องดื่มชูกำลังของคุณนั้นจะมีโอกาสที่เกิดจากกลุ่มลูกค้าที่ในอนาคต รัฐบาลจะเพิ่มอัตราค่าจ้างให้จึงทำให้ลูกค้ามีกำลังซื้อมากขึ้นลูกค้าก็มีกำลังซื้อและสามารถตัดสินใจซื้อได้มากขึ้น เป็นต้น
  4.    Weakness คือ ภัยคุกคาม ซึ่งเกิดจากคู่แข่งที่มีอยู่หรือกำลังจะเข้ามา และรวมทั้งปัจจัยภายนอกต่างๆด้วย เช่น สมมติว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีกฎหมายห้ามนำเข้าวัตถุดิบสำคัญที่จะนำมาทำเครื่องดื่มชูกำลังของคุณได้ อันนี้ก็เป็นภัยคุกคามที่คุณจะต้องหาวิธีจัดการอีกอย่างหนึ่งเป็นต้น

และทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวอย่างสำหรับของกลยุทธ์การตลาดสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งจะต้องนะบุให้ได้และโดยไม่จำเป็นจะต้องมีข้อเดียวอย่างในตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมา เพราะในบางธุรกิจอาจมีจุดเด่นมากกว่าจุดอ่อน ในขณะที่บางธุรกิจมีจุดอ่อนมากกว่าจุดแข็ง แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่คุณทำขึ้นก็เพื่อ คูรจะได้สามารถเข้าไปแก้ไขและปรับปรุงให้ธุรกิจของคุณแข็งแรงและเติบโตได้ต่อไปในอนาคต

การวางตำแหน่งในตลาดที่ดี

เช่าพื้นที่โฆษณา   เช่าพื้นที่โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s